Wittaya's profileเจริญในธรรมทุกท่านครับPhotosBlogLists Tools Help

Blog


    ความหมายของเอ่อเร่อหน้าจอสีฟ้าในWindows XP

    คำว่า Blue Screen คนเล่นคอม จะรู้จักดีและเป็นสิ่งที่ทุกคนกลัวไม่อยากให้เกิดกับเครื่องของตน
    เพราะถ้าเกิดนั้นเป็นสัญญาณบอกเหตุว่าคอมของตนเริ่มมีปัญหา แต่ที่น่าเจ็บใจคือมันบอกเป็นเลขรหัสที่เราๆ ท่านๆ
    ต้องงงเพราะไม่รู้ว่ามันหมายความว่าอะไร และจะมีทางแก้ไขอย่างไร ป่านไปค้นหามาว่าแต่ละตัวมีความหมายอย่างไร
    (ไปหาเจอในเวบหนึ่ง จำลิ้งไม่ได้ละ)มาให้คุณๆ ได้อ่าน คิดว่าน่าจะเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาได้บ้าง  รหัสที่แจ้งของ Blue Screen จริงๆมีเกินร้อยตัวเลยครับ
     
    1.(stop code 0X000000BE) Attempted Write To Readonly Memory
    สาเหตุและแนวทางแก้ไข:
    อาการนี้เกิดจากการลง driver หรือ โปรแกรม หรือ service ที่ผิดพลาด เช่น ไฟล์บางไฟล์เสีย ไดร์เวอร์คนละรุ่นกัน ทางแก้ไขให้ uninstall
    โปรแกรมตัวที่ลงก่อนที่จะเกิดปัญหานี้ ถ้าเป็นไดร์เวอร์ก็ให้ทำการ roll back ไดร์เวอร์ตัวเก่ามาใช้ หรือ หาไดร์เวอร์ที่ล่าสุดมาลง (กรณีที่มีใหม่กว่า) ถ้าเป็น
    พวก service ต่างๆที่เราเปิดก่อนเกิดปัญหาก็ให้ทำการปิด หรือ disable ซะ
     
    2.(stop code 0X000000C2) Bad Pool Caller
    สาเหตุและแนวทางแก้ไข:
    ตัวนี้จะคล้ายกับตัวข้างบน แต่เน้นที่พวก hardware คือเกิดจากอัฟเกรดเครื่องพวก Hardware ต่าง เช่น ram ,harddisk การ์ดต่างๆ ไม่
    compatible กับ XP ทางแก้ไขก็ให้เอาอุปกรณ์ที่อัฟเกรดออก ถ้าจำเป็นต้องใช้ก็ให้ลงไดร์เวอร์ หรือ อัฟเดท firmware ของอุปกรณ์นั้นใหม่ และคำ
    เตือนสำหรับการจะอัฟเดท ให้ปิด anti-virus ด้วยนะครับ เดียวมันจะยุ่งเพราะพวกโปรแกรม anti-virus มันจะมองว่าเป็นไวรัส
     

    3.(stop code 0X0000002E) Data Bus Error
    สาเหตุและแนวทางแก้ไข:
    อาการนี้เกิดจากการส่งข้อมูลที่เรียกว่า BUS ของฮาร์ดแวร์เสียหาย ซึ่งได้แก่ ระบบแรม ,cache L2 ของซีพียู , เมมโมรีของการ์ดจอ, ฮาร์ดดิสก์ทำงาน
    หนักถึงขั้น error (ร้อนเกินไป) และเมนบอร์ดเสีย
     
    4.(stop code 0X000000D1)Driver IRQL Not Less Or Equal
    สาเหตุและแนวทางแก้ไข:
    อาการไดร์เวอร์กับ IRQ(Interrupt Request ) ไม่ตรงกัน การแก้ไขก็เหมือนกับ error ข้อที่ 1
     
    5. (stop code 0X0000009F)Driver Power State Failure
    สาเหตุและแนวทางแก้ไข:
    อาการนี้เกิดจาก ระบบการจัดการด้านพลังงานกับไดรเวอร์ หรือ service ขัดแย้งกัน เมื่อคุณให้คอมทำงานแบบ"hibernate" แนวทางแก้ไข ถ้า
    วินโดวส์แจ้ง error ไดร์เวอร์หรือ service ตัวไหนก็ให้ uninstall ตัวนั้น หรือจะใช้วิธี Rollback driver หรือ ปิดระบบจัดการ
    พลังงานของวินโดวส์ซะ
     
    6.(stop code 0X000000CE) Driver Unloaded Without Cancelling Pending
    Operations
    สาเหตุและแนวทางแก้ไข:
    อาการไดร์เวอร์ปิดตัวเองทั้งๆ ทีวินโดวส์ยังไม่ได้สั่ง การแก้ไขให้ทำเหมือนข้อ 1
     
    7.(stop code 0X000000F2)Hardware Interrupt Storm
    สาเหตุและแนวทางแก้ไข: อาการที่เกิดจากอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ เช่น USB หรือ SCSI controller จัดตำแหน่งกับ IRQ ผิดพลาด สาเหตุจาก
    ไดร์เวอร์หรือ firmware การแก้ไขเหมือนกับข้อ 1
     
    8.(stop code 0X0000007B)Inaccessible Boot Device
    สาเหตุและแนวทางแก้ไข:
    อาการนี้จะมักเจอตอนบูตวินโดวส์ จะมีข้อความบอกว่าไม่สามารถอ่านข้อมูลของไฟล์ระบบหรือ boot partitions ได้ ให้ตรวจฮาร์ดดิสก์ว่าปกติหรือไม่ สาย
    แพหรือสายไฟที่เข้าฮาร์ดดิสก์หลุดหรือไม่ ถ้าปกติดีก็ให้ตรวจไฟล์ boot.ini อาจจะเสีย หรือไม่ก็มีการทำงานแบบmulti OS ให้ตรวจดูว่าที่ไฟล์นี้อาจเขียน
    config ของ OS ขัดแย้งกัน
    อีกกรณีหนึ่งที่เกิด error นี้ คือเกิดขณะ upgrade วินโดวส์ สาเหตุจากมีอุปกรณ์บางตัวไม่ compatible ให้ลองเอาอุปกรณ์ที่ไม่จำเป็นหรือคิดว่ามี
    ปัญหาออก เมื่อทำการ upgrade วินโดวส์ เรียบร้อย ค่อยเอาอุปกรณ์ที่มีปัญหาใส่กลับแล้วติดตั้งด้วยไดร์เวอร์รุ่นล่าสุด
     
    9. (stop code 0X0000007A) Kernel Data Inpage Error
    สาเหตุและแนวทางแก้ไข:
    อาการนี้เกิดมีปัญหากับระบบ virtual memory คือวินโดวส์ไม่สามารถอ่านหรือเขียนข้อมูลที่ swapfile ได้ สาเหตุอาจเกิดจากฮาร์ดดิสก์เกิด bad
    sector, เครื่องติดไวรัส, ระบบ SCSI ผิดพลาด, RAM เสีย หรือ เมนบอร์ดเสีย
     
    10. (stop code 0X00000077) Kernel Stack Inpage Error
    สาเหตุและแนวทางแก้ไข:
    อาการและสาเหตุเดียวกับข้อ 9

    11.(stop code 0X0000001E) Kmode Exception Not Handled
    สาเหตุและแนวทางแก้ไข:
    อาการนี้เกิดการทำงานที่ผิดพลาดของไดร์เวอร์ หรือ service กับ หน่วยความจำ และ IRQ ถ้ามีรายชื่อของไฟล์หรือ service แสดงออกมากับ
    error นี้ให้ทำการ uninstall โปรแกรมหรือทำการ roll back ไดร์เวอร์ตัวนั้น
    ถ้ามีการแจ้งว่า error ที่ไฟล์ win32k สาเหตุเกิดจาก การ control software ของบริษัทอื่นๆ (Third-party) ที่ไม่ใช้ของ
    วินโดวส์ ซึ่งมักจะเกิดกับพวก Networking และ Wireless เป็นส่วนใหญ่
    Error นี้อาจจะเกิดสาเหตุอีกอย่าง นั้นคือการ run โปรแกรมต่างๆ แต่หน่วยความจำไม่เพียงพอ

    12.(stop code 0X00000079)Mismatched Hal
    สาเหตุและแนวทางแก้ไข:
    อาการนี้เกิดการทำงานผิดพลาดของ Hardware Abstraction Layer (HAL) มาทำความเข้าใจกับเจ้า HAL ก่อน HAL มีหน้าที่
    เป็นตัวจัดระบบติดต่อระหว่างฮาร์ดแวร์กับซอฟท์แวร์ว่าแอปพลิเคชั่นตัวไหนวิ่งกับอุปกรณ์ตัวไหนให้ถูกต้อง ยกตัวอย่าง คุณมีซอฟท์แวร์ที่ออกแบบไว้ใช้กับ Dual CPU
    มาใช้กับเมนบอร์ดที่เป็น Single CPU วินโดว์ก็จะไม่ทำงาน วิธีแก้คือ reinstall วินโดวส์ใหม่
    สาเหตุอีกประการการคือไฟล์ที่ชื่อ NToskrnl.exe หรือ Hal.dll หมดอายุหรือถูกแก้ไข ให้เอา Backup ไฟล์ หรือเอา original ไฟล์ที่
    คิดว่าไม่เสียหรือเวอร์ชั่นล่าสุดก๊อปปี้ทับไฟล์ที่เสีย
     
    13.(stop code 0X0000003F)No More System PTEs
    สาเหตุและแนวทางแก้ไข:
    อาการนี้เกิดจากระบบ Page Table Entries (PTEs) ทำงานโดย Virtual Memory Manager (VMM) ผิดพลาด ทำ
    ให้วินโดวส์ทำงานโดยไม่มี PTEs ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับวินโดวส์ อาการนี้มักจะเกิดกับการที่คุณทำงานแบบ multi monitors
    ถ้าคุณเกิดปัญหานี้บ่อยครั้ง คุณสามารถปรับแต่ง PTEs ได้ใหม่ ดังนี้
    1. ให้เปิด Registry ขึ้นมาแก้ไข โดยไปที่ Start > Run แล้วพิมพ์คำสั่ง Regedit
    2. ไปตามคีย์นี้ HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Control\Session
    Manager\Memory Management
    3. ให้ดูที่หน้าต่างขวามือ ดับคลิกที่ PagedPoolSize ให้ใส่ค่าเป็น 0 ที่ Value data และคลิก OK
    4. ดับเบิลคลิกที่ SystemPages ถ้าคุณใช้ระบบจอแบบ Multi Monitor ให้ใส่ค่า 36000 ที่ Value data หรือใส่ค่า 40000
    ถ้าเครื่องคุณมี RAM
    128 MB และค่า 110000 ในกรณีที่เครื่องมี RAM เกินกว่า 128 MB แล้วคลิก OK
    รีสตาร์ทเครื่อง
     
    14.(stop code 0X00000024) NTFS File System
    สาเหตุและแนวทางแก้ไข:
    อาการนี้สาเหตุเกิดจากการรายงานผิดพลาดของ Ntfs.sys คือไดร์เวอร์ของ NTFS อ่านและเขียนข้อมูลผิดพลาด สาเหตูนี้รวมถึง การทำงานผิดพลาดของ
    controller ของ IDE หรือ SCSI เนื่องจากการทำงานของโปรแกรมสแกนไวรัส หรือ พื้นที่ของฮาร์ดดิสก์เสีย คุณๆสามารถทราบรายละเอียด
    ของerror นี้ได้โดยให้เปิดดูที่ Event Viewer วิธีเปิดก็ให้ไปที่ start > run แล้วพิมพ์คำสั่ง eventvwr.msc เพื่อเปิดดู Log
    file ของการ error โดยให้ดูการ error ของ SCSI หรือ FASTFAT ในหมวด System หรือ Autochk ในหมวด
    Application 
     
    15.(stop code 0X00000050)Page Fault In Nonpaged Area
    สาเหตุและแนวทางแก้ไข:
    อาการนี้สาเหตุการจากการผิดพลาดของการเขียนข้อมูลในแรม การแก้ไขก็ให้ทำความสะอาดขาแรมหรือลองสลับแรมดูหรือไม่ก็หาโปรแกรมที่ test แรมมาตรวจว่า
    แรมเสียหรือไม่
     
    16.(stop code 0Xc0000221)Status Image Checksum Mismatch
    สาเหตุและแนวทางแก้ไข:
    อาการนี้สาเหตุมาจาก swapfile เสียหายรวมถึงไดร์เวอร์ด้วย การแก้ไขก็เหมือนข้อ 15
     
    17.(stop code 0X000000EA) Thread Stuck In Device Driver
    สาเหตุและแนวทางแก้ไข:
    อาการของ error  นี้คือการทำงานของเครื่องจะทำงานในแบบวนซ้ำๆ กันไม่สิ้นสุด เช่นจะรีสตาร์ทตลอด หรือแจ้งerror อะไรก็ได้ขึ้นมาไม่หยุด ปัญหานี้
    สาเหตุอาจจะเกิดจาก bug ของโปรแกรมหรือสาเหตุอื่นๆ เป็นร้อย การแก้ไขให้พยายามทำตามนี้
    1.ให้ดูที่  power supply ของคุณว่าจ่ายกำลังไฟเพียงพอกับความต้องการของคอมคุณหรือไม่ ให้ดูว่าในเครื่องคุณมีอุปกรณ์มากไปไม่เหมาะกับ power
    supply ของคุณ ก็ให้เปลื่ยนตัวใหม่ให้กำลังมากขึ้น
    หรือตรวจดูชิ้นส่วนเครื่อง ตัว Capacitor ที่เมนบอร์ดตัวที่จ่ายไฟเลี้ยง CPU ว่าบวมไหม
    2. ให้คุณดูที่การ์ดจอว่าได้ใช้ไดร์เวอร์ตัวล่าสุด ถ้าแน่ใจว่าใช้ตัวล่าสุดแล้วยังมีอาการ ก็ให้ทำการ Rollback ไดร์เวอร์ตัวก่อนที่จะเกิดปัญหา
    3. ตรวจดูการ์ดจอและเมนบอร์ดว่าเสียหรือไม่เช่น มีรอยไหม้, ลายวงจรขาด มีชิ้นสวนบางชิ้นหลุดจากตำแหน่งเดิม เป็นต้น
    4. ดูที่ bios ว่าส่วนของ  VGA slot เลือกโหมด 4x,8x ถูกตามสเปกของการ์ดหรือไม่
    5. เช็คดูที่ผู้ผลิตเมนบอร์ดว่ามีไดร์เวอร์ตัวใหม่หรือไม่ ถ้ามีให้โหลดลงใหม่ซะ
    6. ถ้าคุณมีการ์ดแลนหรือเมนบอร์ดของคุณมี on board อยู่ให้ disable ฟังก์ชั่น "PXE Resume/Remote Wake Up" โดย
    ไปปิดที่ BIOS
     
    18. (stop code 0X0000007F) unexpected Kernel Mode Trap
    สาเหตุและแนวทางแก้ไข:
    อาการนี้ส่วนใหญ่จะเป็นกับนัก overclock (ผมก็คนหนึ่ง) เป็นอาการ RAM ส่งข้อมูลให้ CPU ไม่สัมพันธ์กันคือ CPU วิ่งเร็วเกินไป หรือร้อนเกินไป
    สาเหตุเกิดจากการ overclock วิธีแก้ก็คือลด clock ลงมาให้เป็นปกติ หรือ หาทางระบายความร้อนจาก CPU ให้มากที่สุด
     
    19. (stop code 0X000000ED)Unmountable Boot Volume
    สาเหตุและแนวทางแก้ไข:
    อาการที่วินโดวส์หาฮาร์ดดิสก์ไม่เจอ (ไม่ใช่ตัวบูตระบบ) ในกรณีที่คุณมีฮาร์ดดิสก์หลายตัว หนึ่งในนั้นคุณอาจใช้สายแพของฮาร์ดดิสก์ผิด เช่น ฮาร์ดดิสก์เป็นแบบ
    33MB/secound ซึ่งต้องใช้สายแพ 40 pin แต่คุณเอาแบบ 80 pin ไปต่อแทน
     
    20. (STOP 0x0000008e" error message during Windows XP setup
    สาเหตุและแนวทางแก้ไข:
    แรมที่ใช้อยู่มีปัญหาหรือแรมใหม่ที่นำมาใส่เกิดความไม่เข้ากันของฮาร์ดแวร์   ให้ลองเปลี่ยนแรมใหม่มาใส่ดู
    หรือไฟจ่ายไม่สม่ำเสมอให้ลองเปลี่ยนพาวเวอร์ซัพพลายดูครับ
     

    วิธีกำจัดไวรัสFlashy.exeและraVmonE.exe

    ไวรัสตัวนี้มีสองเวอร์ชั่น มีสร้างรหัสผ่านกับไม่สร้างรหัสผ่านหากเปิดเครื่องขึ้นมาแล้วมีรหัสผ่านให้ใส่คำว่า hacked  ครับ เมื่อเข้าวินโดว์ได้แล้วเราก็มาเริ่มฆ่ากัน
    หลักการฆ่าไวรัสตัวนี้ก็คือ เราต้องหยุดการทำงานของมันก่อนครับเราจะฆ่ามันโดยที่มันทำงานอยู่ฆ่าลำบากครับกว่าจะฆ่าได้ใช้เวลาครึ่งชั่วโมง แต่ด้วยวิธีใหม่นี้ฆ่าได้ใน10นาทีครับ
    อันดับแรกนะครับลบโปรแกรมฆ่าไวรัสที่ท่านมีอยู่ออกก่อนนะครับ แล้วรีสตาร์ทเครื่องหลังจากนั้นก็โหลด"โปรแกรมช่วยฆ่าไวรัสfhashy" จากเวบป่านนะครับ
     
    โหลดมาแล้วก็ใช้โปรแกรม HijackThis ก่อนเลยครับ วิธีใช้โปรแกรมนี้นะครับ เปิดโปรแกรมนี้ขึ้นมา แล้วเลือกคำสั่งบรรทัดที่สองครับ Do a system scan only แล้วเลือกติ๊กถูกหน้าไวรัสไฟล์ไวรัสนี้ตัวนี้จะมีอยู่สามไฟล์ด้วยกันนะครับ ชื่อ RavMone.exe   Flashy.exe   systemid.pif ติ๊กถูกหน้าสามไฟล์นี้ครับ แล้วคลิกคำสั่ง FIX checked  แล้วกดYESแล้วรีสตาร์ทเครื่องเมื่อเปิดเครื่องขึ้นมาใหม่แล้วก็เปิดโปรแกรมนี้อีกรอบครับเพื่อเช็คว่าไวรัสยังทำงานอยู่ไหมหากไม่มีแล้วก็ติดตั้งโปรแกรมSecurity task manager เพื่อเช็คว่ามีไวรัสอะไรรันอยู่ไหมหาชื่อไวรัสสามไฟล์ดังที่บอกไว้ครับ หากเจอให้คลิกขวาตรงไฟล์ไวรัสแล้วเลือก Remove แล้วเลือก Move file to quarantine ติ๊กถูกหน้า Created restore point ออกครับ แล้วOK แล้วก็รีสตาร์ทครับ เมือเปิดเครื่องขึ้นมาใหม่ก็เปิดโปรแกรมSecurity task manager อีกครั้งเพื่อเช็คดูว่ามีไวรัสทำงานอยู่ไหม หากไม่มีก็เสร็จครับ หากมีก็ใช้สองโปรแกรมนี้ทำซ้ำไปอีกไม่เกินสองครั้งนะครับครั้งที่สามนี่ก็ไม่มีแล้วครับ เมือเห็นว่าไวรัสหยุดทำงานแล้วคราวนี้เรามาฆ่าไวรัสกัน ลงโปรแกรมฆ่าไวรัส BitDefender 9 หรือNOD32ก็ได้ครับ สองตัวนี้กันไวรัสfhashyได้ครับ ลงเสร็จแล้วก็สแกนไวรัสเลยครับโปรแกรมBitDefender เมื่อเจอไวรัสแล้วมันจะฆ่าเลยครับ แต่NOD32ผมยังไม่เคยลองใช้คับหากให้แนะนำตามความคิดของป่านนะครับ หากเครื่องคุณแรม512MBใช้BitDefender หากแรมต่ำกว่านี้ใช้ Nod32ครับเพราะBitDefender ใช้แรมค่อนข้างเยอะครับ แรมน้อยแล้วเอาไปลงเครื่องอาจจะอืดได้ครับ ย้ำเลยนะครับโปรแกรมป้องกันไวรัสอะ ห้ามลงเกิน1โปรแกรมนะครับหากลงเครื่องจะอืดแล้วก็จะฆ่าไวรัสไม่ได้ด้วยนครับ เอาละต่อไปเรามาแก้ค่าต่างๆที่ไวรัสฝากทิ้งเอาไว้ให้นะครับมันจะปิดTask manager แล้วก็เข้าregeditไม่ได้ แก้โดย คลิกขวาที่ไฟล์UnHookExec แล้วเลือกคำสั่ง Install แล้วไปที่ Start(มุมซ้ายล่างนะจ้ะ) ไป Run แล้วพิมพ์regedit แล้วOK แล้วไปที่HKEY_CURRENT_USER\Software\Microsoft\Windows\CurrentVersion\Policies\Explorer\   ด้านขวามือ --------> NoFolderOptions
    ลบNoFolderOptions ออกเลยครับ ไวรัสมันสร้างขึ้นมาครับ
    HKEY_CURRENT_USER\Software\Microsoft\Windows\CurrentVersion\Explorer\Advanced\ ด้านขวามือ --------> HideFileExt
    ลบ  HideFileExt
    HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Services\SharedAccess ด้านขวามือ -------->Start
    ลบ Start
    HKEY_LOCAL_MACHINE\Software\Microsoft\Windows\CurrentVersion\Run ด้านขวามือ --------> Flashy.exe
    ลบ Flashy.exe ออกครับ
    HKEY_CURRENT_USER\Software\Microsoft\Windows\CurrentVersion\Policies\System]
    ลบ DisableRegistryTools
      DisableCMD
      DisableTaskMgr
     ตัวไหนไม่มีก็ไม่เป็นไรครับ เมื่อลบเสร็จแล้ว ก็ไปแก้ตอนที่เปิดเครื่องขึ้นมาให้ใส่รหัสผ่านhacked ให้เข้า Run พิมพ์ regedit แล้วไปตามนี้ครับ
    HKEY_LOCAL_MACHINE\SOFTWARE\Microsoft\Windows NT\CurrentVersion\Winlogon
    แล้วมองช่องขวามือหาคีย์ดังต่อไปนี้ครับ
    "AutoAdminLogon"="1"
    "DefaultUserName"="ชื่อผู้ใช้อะครับ"
    "DefaultPassword"hacked"
    อันไหนไม่มีเราก็สร้างขึ้นมาเลยนะครับโดยการคลิกขวาตรงนั้นแล้วเลือก New-->String value
    แล้วก็ใส่คีย์ที่ไม่มีเลยครับ แล้วก็รีสตาร์ทเครื่องครับเครื่องก็น่าจะเข้าวินโดว์โดยไม่ถามรหัสผ่านแล้ว หากต้องการเปลี่ยนรหัสก็ไปเปลี่ยนได้ใน  control pannel ตรง user accounts คงเปลี่ยนเป็นนะครับ น่าจะหมดแล้วเนาะสำหรับปัญหาเกี่ยวกับคอม ต่อไปเราก็มาแก้ไวรัสที่ แฮนดี้ไดฟ์บ้าง
    ผมเสียบแฮนดี้ไดฟ์เข้าไป
    ตอนแรกผมตกใจเลยว่างานหายหมดแน่เลย ที่ไหนได้ไวรัสมันแสบมาก มันซ่อนไฟล์งานหมดเลย แล้วมันเอาไฟล์ไวรัสเสนอหน้ามีหน้าตาเหมือนโฟลเดอร์ไฟล์งานของผม แต่ผมไม่โง่คลิกมันหรอกรู้ทันมันเราเปิดโชว์ไฟล์ที่ซ่อนก่อนนะครับ เข้า My computer  ไปที่แถบด้านบนไปที่ Tools ไปที่ Folder option View แล้วติ๊กถูกตรง Show hiden file and folder แล้วติ๊กถูกออกตรงคำว่า Hide extensions กับHide protected อยู่ใต้นั่นนิดหนึ่งอะครับแล้วOK แล้วค่อยเสียบแฮนดีไดฟ์ครับ เมื่อเสียบแล้วคลิกขวาOPEN ห้ามเลือกAUTOนะครับ OPEN เข้าไปแล้วก็จะเห็นไฟล์งานที่ไวรัสมันซ่อนเอาไว้ มันจะจางๆนะครับ เราก็คลิกขวาตรงไฟล์นั้นแล้วเลือกpoperties แล้วติ๊กถูกตรงคำว่าHidden กับ Read only ออกครับ แค่นี้ไฟล์เราก็จะไม่ซ่อนแล้วแล้วก็ลบไฟล์ที่ชื่อ autorun.inf ออกด้วยนะครับ แล้วก็สแกนแฮนดี้ไดฟ์ด้วย bitdefenderนะครับ แล้วก็แก้Folder opsion ให้เหมือนเดิมครับเข้า My computer  ไปที่แถบด้านบนไปที่ Tools ไปที่ Folder option View แล้วติ๊กถูกตรง Do not show hidden file
    ก็เป็นอันเสร็จครับ เมื่อมีไวรัสตัวนี้มาอีกก็จะโดนbitdefender ป้องกันไว้ก้จะไม่มีติดละครับ